สกู๊ปพิเศษ
โดย…ยอดเยาวพา
33 ปีที่ปลุกปั้นทีม “พันธมิตร” จนกลายเป็นที่รู้จัก บ่อยครั้งจะได้ยินคอหนังพูดถึงความสนุกในการชมภาพยนตร์จากทีมพากย์ชุดนี้ โดย โต๊ หรือ “ปริภัณฑ์ วัชรานนท์” เริ่มอาชีพนักพากย์ เพราะมีความฝันวัยเด็กเมื่อครั้นอยู่หาดใหญ่ชอบดูหนัง และปลื้มเสียงพากย์หนังของ “กรรณิการ์” ที่จะพากย์คู่กับ ‘อมรา’ ทุกครั้งที่หนังเข้าฉายจะมีรถแห่พร้อมติดป้ายชื่อนักพากย์สองคนตัวใหญ่ ๆ กว่าชื่อหนังซะอีก ซึ่งทุกครั้งที่เห็นชื่อนักพากย์ในดวงใจก็ไม่เฉพาะเจ้าตัวอยากดูแต่เป็นทุกคนในหาดใหญ่ต้องไปดู บางทีไม่รู้ว่าหนังเรื่องอะไรแต่ถ้าเป็นกรรณิการ์พากย์ไม่ว่าหนังเรื่องอะไรจะสนุกแน่นอน ถือว่านักพากย์กำหนดทิศทางของความสนุกของหนังได้เลย ถือเป็นการจุดประกายหรือจุดไฟในตัว โต๊ะ พันธมิตรจนทุกวันนี้ แม้ประกาศแขวน “พันธมิตร” แต่ก็ยังรับงานพากย์อยู่
ซึ่งได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักพากย์เสียงหล่อผู้พากย์เสียงพระเอกหลาย ๆ คน แล้วได้ทราบว่าเสียงพระเอกคนแรกที่โต๊ะ พันธมิตร พากย์ก็คือ โจว ซิงฉือ (จากภาพยนตร์เรื่อง สายไม่ลับคังคังโป๋ย ของมงคลภาพยนตร์) ต่อมาก็เจ้าพ่อฟัด อย่าง เฉินหลง และพระเอกอีกหลายคน คอหนังน่าจะจำกันได้แหละ โดยโต๊ะได้เปิดใจหมดเปลือกกับ Asia Morning กับอาชีพนักพากย์ว่า
ความฝันของโต๊ะ พันธมิตร
ผมเป็นคนหาดใหญ่ ตอนเด็ก ๆ จะชอบไปโรงหนัง ก่อนหนังเข้าฉายจะมีรถแห่ประกาศและปิดชื่อนักพากย์ “กรรณิการ์ – อมรา” ตัวใหญ่ ๆ กว่าชื่อหนังอีก แล้วทุกครั้งผมจะไปที่ห้องฉายหนังไปช่วยกรอฟิล์ม แล้วนักพากย์ก็ตะโกนว่า ไอ้หนูซื้อข้าวผัดให้หน่อยสิ, ไอ้หนูซื้อโอเลี้ยงให้หน่อยสิ โห(เล่าไปยิ้มไป) พอรุ่งเช้าไปโรงเรียนไปเล่าให้เพื่อนฟังว่า กูซื้อข้าวผัดให้กรรณิการ์กินโว้ย เขาเรียกกูไอ้หนูด้วยโว้ย มีความสุขมาก เพราะกรรณิการ์เขาเป็นไอดอลเราแล้วเรียกใช้เรา เรามีความสุขมากที่ได้วิ่งลงไปซื้อให้เขา อยากเป็นอย่างเขา คนแค่ 2 คนสั่งให้คนทั้งโรงร้องไห้ก็ได้ หัวเราะก็ได้ มันส์จนเลือดเต้นยังได้เลย คนสองคนไม่เก่งทำไม่ได้ ที่ได้มาพากย์เริ่มจากคนข้างบ้านชื่อน้าปื้ด เป็นคนซื้อกากฟิล์มคือหนังเก่า ๆ หนัง 2-3 ปีแล้วซื้อมาเดินฉายโรงเล็ก ๆ ไปฉายที่อำเภอ สุไหงปาดี ฯลฯ น้าปื้ดก็ชวนผมไป ไปโรงแรกที่นครศรีธรรมราชก็ไม่ได้ดูเพราะไฟดับ น้าปื้ดบอกพากย์เองเลย ผมก็พากย์แบบครูพักลักจำมาตลอด จนได้เป็นนักพากย์แล้วก็พากย์อยู่ทางใต้สิบกว่าปี แล้วก็มากรุงเทพมาพากย์หนังโรงชานเมือง เมื่อก่อนมีแถวนิวยอร์กสะพายควาย ฮาวายวงเวียนใหญ่ ลอนดอนพระโขนง หนังออกจากสกาลา, แมคเคนนาก็ไปควบฉายในโรงพวกนั้น แล้วต่อมาพอช่อง 3 ติดต่อก็ไปเข้าช่อง 3 ผ่านไปสักห้าถึงหกปีก็มีงานทีมเข้ามาติดต่อเป็นหนังคุณพันนา ฤทธิไกร เป็นหนังเล็ก ๆ เรื่อง ปลุกมันขึ้นมาฆ่า, เกิดมาลุย ต้องพากย์วันนี้ให้จบ นักพากย์ก็มีผู้ชายสองคนผู้หญิงคนเดียวเพราะงบมีน้อยแต่ถ้าไปพากย์ทีมพี่รองต้อง 5-7 วันจบเรื่อง แต่หนังพวกนี้เขาขายสายเอาสนุกอย่างเดียว อีกทั้งค่าห้องพากย์มันแพงสมัยก่อน

จุดกำเนิดของพันธมิตรเกิดจาก
พอเราได้งานใหญ่มาจาก โกลเด้นทาวน์ฟิล์มติดต่อมาก่อน แล้วก็มามงคล ฟิล์ม(สหมงคลฟิล์ม) เราก็ต้องนั่งคิดแล้วว่าหนังพวกนี้เป็นหนังที่ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ตัวละครมันจะเยอะเราจะมาพากย์มีชายสองคนหญิงหนึ่งคน หรือชายสามหญิงสองคนไม่ได้แล้ว ก็เลยนั่งคิดชื่อทีมก่อน ให้ชื่อทีมดี ๆ หน่อยว่าเราจะไม่เป็นศัตรูกับใครก็ต้องเป็นชื่อ “พันธมิตร” ขึ้นมา เราก็มีนักพากย์ตัวหลัก ๆ อยู่ 3-4 คน แต่หนังจีนหนังใหญ่ต้องมีประมาณ 7-8 คนในการทำงาน พอหนังมาเราก็ดูหนังก่อน เอ๊ะเสียงนักแสดงคนนั้นเหมาะคนที่อยู่ช่องนั้น เพราะเมื่อก่อนไม่มีสตรีมมิ่ง มีแค่ช่องทีวี เราก็โทร.ไปจีบแล้วบอกเขาว่า ผมมีหนังมาเรื่องนึงนะ หนังดีมากเลยเหมาะกับคุณมากเลย ถ้าคุณพากย์มันจะทำให้หนังมันดีขึ้นมาก ๆ เลย มาร่วมงานกันหน่อยไหม ก็โทร.ไปจีบเขา เป็นพันธมิตรกับทุก ๆ คน แรก ๆ ต้องใช้มธุรสวาจา ต้องใช้วิธีกล่อมทุกอย่าง เพื่อจะให้ได้เสียงเขามาในหนังที่เรารับงานชิ้นนั้นมา พอได้คนนั้นมาก็ทำงานกันมาเรื่อย ๆ ก็เริ่มเข้าขากัน บางคนก็มาประจำกับเราเลยเป็นพันธมิตรกันตลอดมา
งานพากย์เป็นงานที่ไม่มั่นคงจริงไหม
เมื่อก่อนงานมันน้อยมากกก มีทีวีอยู่ 3-4 ช่อง มีนักพากย์อยู่แค่ช่อง 3 กับช่อง 7 ที่เหลือก็เป็นทีมเล็ก ๆ น้อย ๆ มันไม่มีงานงานมันน้อยมากเมื่อก่อน ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ มีสตรีมมิ่งกี่ช่อง มีทีวีกี่ช่อง ซึ่งซีรีส์ต้องใช้เสียงพากย์ไทย แต่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับสัญญา นักพากย์ไม่มีสัญญา ผมทำมาไม่เคยมีสัญญาเลยนะ มีแต่ค่ายส่งหนังเข้ามาเราบอกมากไปแล้วเอากลับคืนไปบ้างได้ไหม นั่นคือสิ่งที่ผ่านมามันไม่มีสัญญากันเลย
เหตุผลที่ตัดสินใจแขวนพันธมิตร
แล้วเมื่อเราเคยอยากเป็นแล้วพอเราได้เป็นนักพากย์แล้วมีงานดี ๆ ให้เราทำ ผมจึงไม่เคยทิ้งคำว่า “พันธมิตร” ปลุกปั้นมาขนาดไหน ผมรับผิดชอบมา 33 ปี เหนื่อยแค่ไหนก็ทน อดทนมาก โดยเรามีสไตล์ที่ไม่เหมือนใครนิดนึง ไม่ใช่ดีกว่าใครหรอกเป็นสไตล์ส่วนตัวที่ไม่เหมือนใครเท่านั้นเอง เพราะทีมแต่ละทีมมีสไตล์ของแต่ละคน หนังหนึ่งเรื่องนักพากย์มาดูรอบเดียวแล้วก็ไป แต่ผมดูคนเดียว 5-6 รอบ รอบแรกนั่งดูตัวละครคนนี้เหมาะกับใคร อย่างตัวละครในมังกรหยกร่วม 20 คนพากย์ ผมนั่งดูตัวละครตัวไหนให้ใครพากย์เหมาะกับใครรอบแรกจบ รอบสองผมนั่งพากย์คนเดียวเติมมุกอะไรได้จดไว้ ๆ ชุดที่ 2 นักพากย์ 2 คนมาสองทุ่มนั่งรอนั่งดู ส่วนชุด 3 มาสี่ทุ่มเอ้านั่งดู และส่วนชุดที่ 4 มาพรุ่งนี้เช้าผมก็นั่งดู ผมคนเดียวดูหนัง 5-9 รอบ ถ้าพี่ทำแบบนี้มาสามสิบปีพี่เบื่อไหม นักข่าวตอบกลับว่าเบื่อ ผมอดทนมา 33 ปี อดทนมาก ๆ เพราะผมสร้างพันธมิตรมาด้วยความรักมันเนี่ย จริง ๆ ผมคิดจะแขวนตั้งแต่สิบปีที่แล้วแต่ถูกขอไว้ ผมไม่อยากเอาไปแลกเงินมากินใช้วัน ๆ ทำ ๆ ถุย ๆ ผมไม่ทำ ผมก็ทำมันให้เต็มที่ด้วยใจรัก ทนเหนื่อยทำตั้งแต่อายุ 30 จนตอนนี้ 60 กว่าก็ยังเหนื่อยอยู่แบบนั้น
เหนื่อยกับการขอนักพากย์ ขอเถอะพี่ตรงนี้ขอหน่อยเติมนิดเติมหน่อย ต้องใช้มธุรสวาจา ต้องใช้กุศโลบายในการกล่อมให้เขาฟังคุณ ตลอด 33 ปี ต้องใจเย็นแค่ไหน บางคนทะเลาะกับที่บ้านมา บางคนมีปัญหาการเงินการทองแต่งานต้องทำ ต้องโอ้โลมปฏิโลมเพื่อให้งานเราเสร็จ และสงสารนักพากย์ เขาพากย์ที่อื่น 2 ชั่วโมง แต่พากย์กับเรา 6-7 ชั่วโมง สงสารเขาและสงสารตัวเองด้วย ก็เลยแขวนพันธมิตรดีกว่า แขวนตอนที่ทุกคนยังต้องการ ที่ค่ายหนังยังต้องการ แล้วเราจะเป็นตำนาน ถ้าแขวนตอนเขาไม่ต้องการเราจะเป็นตำมั่ว(หัวเราะ) ไม่ได้เบื่องานพากย์เรารักมัน พอเราแขวนชื่อทีมก็สบายแล้ว ต่อไปเราจะไปพากย์ตรงไหนกับใครก็ได้ ก็ไม่เกี่ยวเพราะไม่ใช่พันธมิตรแล้ว เราก็สบายแล้วไม่ต้องใช้ความอดทนมาก พากย์เสร็จผมก็กลับบ้าน และผมอยากไปเที่ยวแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาสามสิบปีอดทนนั่งรอเพื่อนฝูงรอทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้เสียงทุกคนรวมกันในหนังเรื่องเดียวเป็นสไตล์พันธมิตรน่ะ
หันมองกลับไปวงการพากย์น่าห่วงไหม
เมื่อสิบกว่าปีก่อนมันน่าห่วงกว่านี้เพราะงานมันน้อยมาก มาวันนี้ไม่น่าห่วงเลย แล้วน้อง ๆ รุ่นใหม่ได้เครื่องไม้เครื่องมือที่ดี ๆ มากสามารถพากย์หนังคนเดียวก็ได้ พูดสิบประโยคผิดคำเดียวก็แก้ไขได้ไม่เหนื่อยเหมือนสมัยก่อน อย่างเมื่อก่อนผิดประโยคเดียวต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ชั่วโมงนี้งานก็เยอะ ตัวละครเด็กใหม่ ดาราก็ใหม่ ๆ เหมาะกับน้อง ๆ รุ่นใหม่เสียงมันเข้ากันไปหมดเลย แล้วงานหนังต่างประเทศที่เป็นสตรีมมิ่งเข้ามาเยอะมากต้องใช้เสียงภาษาไทย อย่างผมนั่งดูสตรีมมิ่งของ Netflix มีแต่ถามว่ามีพากย์ไทยมั้ย ๆ งั้นไม่ต้องห่วงน้อง ๆ รุ่นใหม่เลย แล้วรุ่นเก่าอย่างพวกเขาหรือน้าเกรียง(เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง)ทุกเรื่องมันต้องมีพ่อ มันต้องมีผู้ร้าย ในเรื่องเราก็พากย์พระเอกไปพระรองไป ฉะนั้นถ้าถามผมเมื่อสิบปีที่แล้วน่าเป็นห่วงเพราะงานน้อย แต่พอมาปีนี้ยิ่งอยู่ยิ่งมีงาน ๆ หนังชุดซีรีส์เกาหลีไม่รู้กี่ร้อยชุด สตรีมมิ่งก็ต้องใช้นักพากย์หมดเลยเพราะฉายเมืองไทย มีแต่แนะนำน้อง ๆ รุ่นใหม่รักษาสุขภาพให้ดี สู้กับใครไม่ต้องสู้ สู้กับสุขภาพตัวเองและเสียงในอารมณ์ตัวละครให้ดี ๆ แล้วกันจะมีงานตลอดไป

มีไหมที่นักพากย์คนเดียวต้องพากย์หลายตัวแสดง
มี คนนึงต้องพากย์ 2 คนกำลังดี แต่ถ้าพากย์ตัวแสดง 2 คนก็ต้องดูคนละคีย์เสียง คนหนึ่งคีย์กลาง ๆ อีกคนเสียงเล็ก ต้องให้ตัวละครหน้าหรือวัยเท่า ๆ กันจะไม่ลำบากในการฉีกเสียง มีบางทีต้องยอมแบก เช่น ตัวละครตัวนี้มันเหมาะกับคนนี้ เฮ้ย เสียงผู้ใหญ่ผู้ร้ายมันก็เคยพากย์นี่หว่า เลยบอกทีมว่าคุณยอมเหนื่อยหน่อยแล้วกันใช้สองเส้นเอาพากย์ตลกตัวและตัวร้ายตัว ผมก็เคยพากย์สองตัวละคร มันมีไม่บ่อยที่ค่ายหนังจะยอมให้งบเรามาก ๆ เพื่อลงทีมพากย์สิบคนยี่สิบคนมันน้อยมาก ยิ่งค่ายหนังของท้องถิ่น เขาก็ซื้อหนังมาแพง ๆ แล้วแต่เขามีงบให้เรา 7-8 คน เราก็ทำให้เขาไม่เสียหายอย่างที่ผ่านมา ให้เขาอยู่ได้เราก็อยู่ได้ แต่นาน ๆ มีหนังพิเศษเราก็ขอค่ายหนังเขาก็โอเค ตลอดสามสิบปีผมไม่เคยจุกจิกกับค่ายหนังเลยนะ เขาให้มาเท่าไหนก็เท่านั้นแล้วเรามาแบ่งสันปันส่วนกัน ยอมเหนื่อย ยอมพากย์คนนึง 2 – 3 คนเพื่อให้งานไปได้แต่ไม่ให้เสียหาย งานพากย์ไม่เหมือนคนเป็นพ่อค้า วันนึงผมทำน้ำเต้าหู้ตราเด็กในพานทอง ผมทำขายคนติดปากก็ทำขายชั่วชีวิตยันลูกหลาน แต่หนังมาให้พากย์ปรุงทุกวัน อย่างวันนี้รสมันส์ วันนี้รสบู๊ พรุ่งนี้รสเศร้า พรุ่งนี้รสผี ไม่เหมือนกันสักวันเลย ต้องปรับทุกวัน ฉะนั้นต้องเหนื่อยทุกครั้งที่หนังใหม่มา
เคยคิดมอบพันธมิตรให้น้อง ๆ รุ่นใหม่ไหม
ถ้าคุณรับไปคุณต้องโคตรเหนื่อยเลย ผมทำมาสามสิบปีก็เหนื่อย ทำไม่ถึงก็โดนด่า แขวนดีกว่า พูดให้ดี ๆ อย่าให้น้อง ๆ ต้องมาเหนื่อยเลย คุณเชื่อไหมถ้าคุณทำมาตราฐานไม่ถึงคุณโดนด่าแน่ ๆ แล้วถ้าคุณทำไม่ถึงคุณโคตรเหนื่อยเลย มันไม่มีอะไรดีเลย ผมทำมาผมเหนื่อยจะตาย ผมเคยนั่งมองดูแล้วสงสารน้อง ๆ ที่จะมารับนะ มีคนอยากรับ รับไปมีแต่ลบไม่มีบวก จะทำให้กำลังใจหมดซะเปล่า ๆ คุณเอ่ยชื่อพันธมิตรปั๊บถ้าทำไม่ได้อย่างที่เขาเคยทำมา ไม่ได้เพราะอะไร เพราะคนที่ทำงานมาก็แก่ทุกคนหมดแล้ว เสียงเป็นเอกลักษณ์ไม่มีแล้วเนี่ย แค่นั้นคุณก็ตายแล้ว อย่างคุณได้หนังมาเรื่องหนึ่งยอมพากย์ 4-5 วันให้จบ โคตรเหนื่อยเลยไหม ได้งานมาชิ้นนึง พอคนดูดูแล้วบอกเออ..พอได้เกือบคล้ายพันธมิตรแล้ว คุณฟังแล้วหมดใจไหม นี่คือสิ่งที่ผมนั่งคิดเลยว่า ‘อย่ามอบมรดกเหนื่อยนี้ให้ใคร’
ขอถามความรู้สึกได้พากย์ มังกรหยก ซึ่งเป็นหนังที่รอคอย พร้อมกับแขวนพันธมิตร
ผมไม่เคยนึกเลยว่าจะได้หนังมังกรหยกมาให้ผมได้จบ เพราะที่ผ่านมาหนังจีนมันไม่มีคนดูในโรงอยู่แล้ว หนังใหญ่แค่ไหนฉายโรงแทบไม่ได้ต้องไปลงแผ่น ลงสตรีมมิ่งไปเลย อยู่ ๆ มีหนังฉีเคอะทำขึ้นมามันอยู่ในใจคนผู้ใหญ่ อย่างรุ่นเราก็อยากดู รุ่นเด็ก ๆ พระเอกเซียวจ้านก็อยากดู มันลงตัวหมดทุกอย่างแล้วมันมาที่เรา ๆ ก็ดีใจ ส่วนทีมพากย์มังกรหยกเกือบ 20 คนฮะ บางคนไม่เจอกับเรามาเป็นเวลาสิบห้าปี เพราะเขาไปยิ่งใหญ่ไปเติบโตแต่พอโทร.ไปก็เต็มใจมากันทุกคน บางคนบอกพี่ขอบรรทัดเดียวก็ได้ เราก็พยายามให้เขามีส่วนร่วม จริง ๆ ก่อนหน้า เมื่อช่วงธันวาคมเราหมดใจแล้วเพราะค่ายใหญ่อย่าง Sony Pictures ซื้อไปเราคงไม่ได้พากย์แล้วล่ะ แต่อยู่ ๆ กลับมาหาเรา เขาคงขีดไว้แล้ว
ในมังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ผมพากย์เสียง ‘เซียวจ้าน’ ก็ดีใจและภูมิใจมาก ตั้งแต่ที่เมื่อสามปีก่อนเขาเล่นหนังใหญ่ผมเป็นคนได้พากย์เขาเหมือนกัน แล้วอยู่ดี ๆ Sony ที่ซื้อหนังเรื่องนี้ให้เราพากย์มันเป็นความภูมิใจมาก เราเป็นคนรุ่นเก่าแต่ได้พากย์คนรุ่นใหม่ขนาดนี้ แต่ในเรื่องเขาก็แต่งตัวเป็นยุทธจักรโบราณเสียงเราก็เข้ากับเขาพอดี ค่ายหนังพอดูแล้วหลังจากเราพากย์เสร็จก็โทร.มาบอกว่าเขาแฮปปี้มาก เมื่อวันเสาร์ผมได้เลี้ยงส่งทุกคนในทีมได้พูดจากใจ บางคนร้องห่มร้องไห้ แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้วเนี่ย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเหมือนที่เขาว่า จังหวะที่คนยังต้องการ เพื่อนฝูงยังรักเรา คนดูยังรักเรา เราเลิกอย่างนี้มันสวยงามมาก
